วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552

25/9/52

สองสามวันมานี้ รู้สึกว่าใจ มันหมกมุ่นกับปม บางปม แล้วก็อยากบวช ไม่ยอมคลายไปสักที
จนต้องกราบเรียนคุณแม่...คุณแม่ก็บอกว่าเป็นแค่ความอยากเฉยๆ มันเป็นกิเลส ให้มันอยากไป มันไม่ใช่เราหรอก
ก็เลยทบทวนคำสอน ใจก็คลายออก พบว่า ตัวเองคลุกวงในอยู่นั่นเอง
การที่เรารู้สึกตัวแล้วจิตรวม ทำไมเรายังทุกข์ยังร้อนใจอยู่ไม่ยอมคลาย เพราะว่า รู้สึกตัวแล้วมันต้องใช้ปัญญาต่อนั่นเอง...โฮ

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552

21/9/52

อาทิตย์ก่อนไปภูน้อย ผลการปฏิบัติหลวงพ่อให้ ดูใจที่เผลอแล้วทวนกลับมา
และเรื่องการพูด ถ้าพูดแสดงว่าตาม ไม่พูดแสดงว่า ไม่ตามหยุดแค่นั้น
ตอนนี้ยังงงๆ ยังไม่แจ่มแจ้งกับเคล็ดข้อนี้นัก

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

23/8/52

อ่าว...วันนี้ 23 แล้ว
ช่วงนี้จิตเผลอไปรับเรื่องราวข้าวนอกบ่อยมากๆ เผลอทีไรต้องมีเรื่องผิดพลาดทุกที
วันก่อน รถมอไซต์ก็จะชนเอา เพราะเขาไม่ดูไฟเลี้ยวของเรา โฮ ... นึกว่าตัวเองรอบคอบแล้ว
ต้องดูคนอื่นด้วยว่าเขามายังไงด้วย
สรุปคือ ความรอบคอบสำคัญมาก

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

10/8/52

วันเสาร์ที่ผ่านมาไปกราบหลวงพ่ออีกครั้ง ตั้งใจว่าจะไปรายงานการภาวนาแต่ก็ต้องใจหาย
เมื่อหลวงพ่อไม่ลงมาฉันอาหาร
เกือบจะกลับอยู่แล้ว หลวงพ่อก็มาพอดี
หลังจากรายงานผลคือ ใจเราเริ่มนิ่งแล้ว ท่านบอกว่าเริ่มเห็นสบงแล้ว
แสดงว่าก่อนหน้านั้นที่เราคิดว่าตัวเองพัฒนามากนั้น เป็นแค่การคิดไปเองนั่นเอง 555
ก่อนหน้านั้นใจเราไม่นิ่งเลย แต่กลับคิดว่า ตัวเองภาวนาดีได้ยังไงไม่รู้

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

14/7/52

ตั้งใจว่าจะฝึกฝืนใจ หรือไม่ทำตามใจตัวเอง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

10/7/52 วันนี้เริ่มเข้าพรรษา

วันนี้เริ่มเข้าพรรษาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับเรา
นึกๆอยู่ว่าเข้าพรรษาจะทำอะไรที่เพิ่มจากช่วงปกติ แลจะเป็นเครื่องหมายให้ตนเองไม่เสื่อมจากการภาวนา
เลยตัดสินใจจะภาวนาทุกวันเริ่มตั้งแต่ ห้าทุ่มตรง กิจกรรมทุกอย่างต้องเลิกทำ...ยกเว้นทำงาน
...ถ้ามีสติผีต้องกลัวเราสิ ไม่ใช่เรากลัวผี

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

24/6/52

วันนี้ก็มีสภาวะธรรม มากระทบอีก เหมือนเคย แต่วันนี้ต่างกันบ้าง
คือเคยดูสภาวะแล้วจิตหลงตาม เคยเศร้าๆ แต่วันนี้หลังกินข้าวเย็น
ขี่รถมา ก็เอ้ะ จิตที่จริงไม่ได้เศร้านี่ ความเศร้ามันอยู่ต่างหาก
ก็เลยเข้าใจอะไรๆ บ้างแล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552

22/6/52

เริ่มทำงานที่ มข ได้ สองสัปดาห์
ได้มาอยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกัน เพราะจะได้ทำอะไรเงียบๆบ้าง มีเวลาทำงานกับเวลาว่างชัดเจน ต่างกับที่บ้านมาก
เพราะที่บ้านไม่มีเสาร์ อาทิตย์
ทำเหมือนเดิมอยู่ทุกวัน แต่ใช่ว่าที่นี่จะดีกว่า เพราะยังไงก็ต้องเผชิญกับสภาวะอารมณ์ต่างๆ อยู่ดี มันคงเป็นกรรมของเราแหละนะ
ที่ได้มาทำอะไรอยู่ที่นี่

"ใช้กรรมไปก่อน " อย่างที่หลวงพ่อว่า

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2552

15/4/52

เมื่อคืนนี้ รู้สึกทุกข์ เมื่อโดน หลายๆคน พูดทำให้ไม่พอใจ เราก็เก็บความทุกข์นี้ไว้ ตั้งใจว่าจะไม่พูด แต่มันก็ทรมานทีเดียว
พอทุกคนแยกย้ายเข้านอนแล้ว เราก็เอะ ขึ้นมา ความคิดมันทวนกลับว่า เราทุกข์ จากอะไร จึงได้รู้ว่า ที่เราทุกข์อยู่ร่ำไปนั้น
เป็นเพราะความคิด ไม่ใช่ ตัวบุคคลใดๆเลย อย่างนี้ คงเรียกว่า ฝึกเเบบแมวจับหนูนี่เอง หนูมาค่อยตะคุบยังทัน
... วันนี้เราได้เข้าใจ ชื่อตัวเอง เพราะคิดจึงทุกข์

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

22/2/52

วันนี้ก่อนจะลุก คงเป็นเพราะร่างกายเพลีย
กำลังสติก็ยังอ่อนอยู่ เลยกลายเป็นว่า ภาวนา ทุลักทุเล แต่ก็ไม่เป็นไร
ทุลักทุเลก็รู้ไปก็พอ

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

20/2/52

เมื่อวานนี้ ขากลับจากขอนแก่น เดินทางแวะกราบหลวงพ่อ ไปถึงบ่าย สองโมง ทำกิจวัตรร่วมกับพระที่วัดตามสมควร
แล้ว นั่งพักรอหลวงพ่อ จนถึงเวลาฉันน้ำปานะ ปรากฏว่าหลวงพ่อไม่ลงมาฉัน เราเลยได้แค่กราบท่าน ท่านถามว่ามีอะไร
จะถามไหม หลวงพ่อจะตอบให้ แต่เราไม่มี กราบท่านเสร็จท่านเดินผ่านเราไปพร้อมกับประโยคสุดท้ายว่า "ตามนั้นล่ะ"
เราเข้าใจเลยว่า ที่เราทำอยู่นี้ ถูกต้องแล้ว เราเผลอยิ้มออกมา ด้วยความปิติ เพราะเราก็ว่า เรามาถูกทางแล้วเหมือนกัน
หลังจากฝึกรู้สึกตัวมาตั้งแต่วันที่ 23 ธันวา 51 เห็นได้ชัดเลยว่าเรามีสติมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ เหมือนกับว่า ตอนที่
สติเกิดนั้น กายกับใจแยกกันทันที อย่างชัดเจน
หมายเหตุ...เราเห็นคนอื่นไม่ได้เห็นเขา เขาเห็นกายของเรา ไม่ใช่เห็นเรา